โรงพยาบาล กะ บ้านหม่นหมอง และละครน้ำตา 1ลิตร
มมาอัพแล้วขอรับ
มาอัพแบบเศร้าๆ หมองๆนิสนุงนะ
วันนี้ไปโรงบาลมา พาน้องไปตรวจขา ก็สรุปว่าเป็นแบบที่ทุกคนคิดเอาไว้
แถมยังลามไปปอดด้วย
กระป๋มเนี่ยรู้สึกตั้งนานแล้วว่ามันต้องมีอะไร เพราะหมอสั่งให้เอาน้องออกมาก่อน
แล้วกระป๋มก็ต้องนั่งอยู่กับน้อง โคตรเมื่อยอ่ะ นั่งรอจนเมื่อย+ง่วง+เบื่อ+หิวด้วยยยยย งือออออ
แล้วพอพ่อออกมาจากห้องหมอ หน้าพ่ออ่ะดูก็รู้ว่ากะลังเครียดขนาดไหน
แต่พ่อก็ยังยิ้มให้น้องนะ นับถือ
รอไปอีกนานนนนนนนนนนนนนน นานนมกาเลมากมาย แม่ก็เดินตามออกมา
หน้าแม่แย่มากมาย พอแม่ออกมาก็ลงไปกินข้าวกัน
ระหว่างที่เดิน พ่อก็เข็นรถเข็นน้องไปไกลลิบๆแล้ว กระป๋มก็เลยถามแม่ว่า ตกลงน้องเป็นอะไร
ก็เท่านั้นหล่ะ แม่ก็รอไห้ บอกว่าน้องอ่ะเป็น มะเร็ง แล้วมันก็ลามไปปอดแล้ว
แล้วไอ้หมอมันก็พูดบั่นทอนกำลังใจมากมาย บอกว่า อาจจะต้องตัดขา แล้วก็อยู่ได้อีกแค่4-5 ปี
กระป๋มก็เลยปลอบอ่ะนะว่า ในเมื่อมันเป็นแล้ว จะทำไงได้ เรามาร้องไห้กันแบบนี้น้องก็คงไม่หายหรอก จริงมะ
อืมๆๆๆ พูดได้ดีมาก เพิ่งเคยพูดเป็นสาระก็คราวนี้แหละ
555+
พอกินข้าวเสร็จก็ต้องพาน้องไปเปลี่ยนเฝือก ก่อนเปลี่ยนแวะเข้าห้องน้ำก่อน
กระป๋มก็เลยถือโอกาสถามพ่อว่าจะเอาไงต่อ พ่อก็เลยบอกว่าจะลองย้ายโรงบาล
อันนี้กระป๋มเห็นด้วยอย่างแรงงงงงงงงงงงงง เลย
เพราะโรงบาลนี้นะ ทำงานช้ามากมาย นัดตรวจแม่งอยู่นั่นอ่ะ ไม่รักษาซักที
ไม่รู้จะรอห่าอะไร พ่อเลยจะย้ายไปจุฬาฯ เพราะคิดว่าจุฬาฯคงจะทำอะไรเร็วกว่านี้
ถ้ารักษาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีจริงมะ
พอกลับมาบ้าน ทุกคนก็ยังคงซึม หม่นหมอง กระป๋มเองก็อึดอัดอ่ะ ไม่รู้จะทำยังไง
พยายามพูดอะไรให้มันตลกๆไว้จะได้ไม่เครียด แต่วันนี้ตลกไม่ออกแฮะ เห็นหน้าพ่อ กะแม่แล้วคิดมุกไม่ออกซะงั้น
อ้อ
ใครดูละครเรื่องน้ำตา 1 ลิตรมั้ง
ละครเรื่องนี้บ้านกระป๋มติดกันทั้งบ้าน ดูแล้วยังคิดถึงบ้านตัวเอง
มันคล้ายๆยังไงไม่รู้อ่ะ ดูแล้วยิ่งเศร้า ยิ่งหดหู
แม่นี่ร้องไห้ตั้งแต่รู้เลยว่านางเอกเป็นอะไร แม่บอกว่าสงสารย้านนางเอก
แต่กระป๋มสงสารบ้านตัวเองอ่ะ
เอาล่ะไปดีก่า ยิ่งอัพนานยิ่งรู้สึกเศร้าๆไงไม่รู้
ยังไงตอนนี้ก็ขอแค่ให้มี
ยาดี หมอเก่ง ดวงของน้องเฮง แล้วก็ขอให้มีปาฏิหาริย์ เกิดกับที่บ้านกระป๋มด้วยละกันนะพระเจ้า
อาเมน

มันเป็นชีวิตจริงของน้องผู้หญิงคนหนึ่ง
ตอนอายุวัย 15
น่าสงสารเนอะ
ทำให้เราคิดอะไรได้เยอะเลยล่ะ